จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 5

23/11/2559 : วันที่ 6

วันสุดท้ายแล้ว ได้เวลากลับบ้าน แต่ระหว่างทางก็แวะนู่นแวะนี่(อีกแล้ว) เช้าๆกลางเมืองสระบุรียังคงวุ่นวายเช่นเคย ใช้ถนนหมายเลข 1 ไปเรื่อยๆ แวะปั๊มนั่งเฉยๆบ้าง จะรีบทำไมล่ะ มีเวลาทั้งวัน ผ่านทางมหาวิทยาลัยอันเป็นที่รักก็แวะสักหน่อย ไม่ได้มานาน คิดถึงจริงๆ อ.ที่ปรึกษาไม่อยู่ห้องพัก เลยแวะไปหาเพื่อนที่ร้านถ่ายเอกสาร รีดไถกาแฟพร้อมกับเสบียงส่วนหนึ่ง ฮ่าๆๆ ถามไถ่ทุกข์สุขกันเรียบร้อยก็ข้ามสะพานกลับมาแวะร้านป๋าหน้า ม. ………. ซึ่งทุกวันนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าแกชื่ออะไร เดี๋ยวนี้กิจการพัฒนาไปไกลมาก ต้มเลือดหมูยังแซ่บเหมือนเดิม

ปล. ตั้งแต่สะพานกลับรถหน้าวัดคุณหญิงมีปัญหา การจราจรคล่องตัวดีมาก ไปติดขัดแถวนวนครแทน ฮ่าๆๆ

แวะทำที่ระลึกแถวๆ ม.ธ. ลัดเลาะออกทางหน่วยบัญชาการพิเศษธรรมกาย ตัดเข้าคลองหก เอ้อ ตรงคลองหกพอเจาะช่องให้รถที่ออกจากมหาลัยสามารถกลับรถได้อีกจุดนึงนี่ดีขึ้นมาก น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว หลังจากนี้ขี่ช้าๆเพราะปวดตูดปวดเข่าเหลือเกิน จอดแม่มทุกห้าสิบกิโลเมตร จุดที่จะแวะก็คือ “พุทธอุทยาน มาฆบูชาอนุสรณ์” ไปยากนิดนึงป้ายไม่ค่อยมี แถมทางเข้าหลบด้านหลังโค้งอีก เอาเป็นว่าไปเที่ยวน้ำตกสาริกาแล้วค่อยแวะเข้าก็ได้😛

p_20161123_134439_pn

และเซอร์ไพรส์สุดๆ นักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปกับรถ ไปมาซะเกือบทั่วไทย พึ่งจะมีคนมาเหลียวแล T_T

ออกจากตรงนี้ก็มุ่งหน้ากลับบ้าน ติดฝนบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังเข้าบ้านไม่ค่ำเกินไป


ส่งท้าย

ได้ไปถนนที่อยากไป ประทับใจมากกับทะเลหมอกด่านซ้าย ขอบคุณท่านแม่ที่ให้ลา ขอบคุณหมวกโม่งของเพื่อนแห้ว ขอบคุณนิคกี้สำหรับร้านเงียบๆที่สระบุรี ขอบคุณยุสำหรับกาแฟและเสบียงระหว่างกลับบ้าน ขอบคุณพี่ร้านกาแฟเมืองปัวสำหรับแผนที่เมืองน่าน ขอบคุณกลุ่ม…….เฮ้ยกลุ่มไรวะชื่อจำยากชิบจากเวียงสาสำหรับใส้ย่างและการหาที่พักราคาย่อมเยา ขอบคุณด่าน ตชด. ก่อนข้ามลำน้ำน่านขึ้นดอยเสมอดาวที่มีห้องน้ำกับจุดนั่งพักดีๆและน้ำดื่มอันแสนร้อนแรง :3 ขอบคุณลุงป้าพี่เพื่อนน้องในทวิตสำหรับกำลังใจและคำแนะนำนู่นนี่นั่นถึงแม้บางครั้งอ้วนจะไม่ได้ไปตามที่แนะนำ ฮ่าๆๆ ขอบคุณทุกๆท่านที่ไม่ได้กล่าวถึงเพราะขี้เกียจบ้างจำไม่ได้บ้าง และที่ขาดไม่ได้ Suzuki GD 110 ที่แสนจะอืดอาดยืดยาด แต่เอ็งไม่เคยทรยศกลางทาง ส่วนปีหน้าจะไปไหน ยังเป็น Solo trip อยู่หรือไม่  ไว้มาติดตามกันนนนนนนนนน

img_3403

With love

อ้วน ไผ่หวาน


จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 1
goo.gl/QyO8WS
จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 2
goo.gl/2RuIzE
จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 3
goo.gl/3Nlth7
จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 4
goo.gl/N4bN0m

จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 4

22/11/2559 : วันที่ 5

แหกขี้ตาตื่นขึ้นมากลางเมืองพิดโลก ในใจไม่ได้คิดอย่างอื่นนอกจากจะหาทางออกจากเมืองนี้ให้เร็วที่สุด เก็บข้าวเก็บของ คืนห้องไป จากอัมรินทร์นครสามารถลัดเลาะเลียบทางรถไฟออกไปได้ง่ายมาก ผ่านหน้าสุเหร่าปากีฯ ……….. ตกลงมัสยิดกับสุเหร่านี่ที่เดียวกันปะ ?

ในไทยมีการเรียกมัสยิดหลายอย่าง เช่น[1][2]

  • มัสยิด มาจากคำว่า มัสญิด (อาหรับ: مسجدmasjid) เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอาหรับ แปลว่า “สถานที่กราบ” ราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า “สถานที่ซึ่งอิสลามิกชนใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม”[3] ในไทยใช้เรียกโรงสวดประจำเมืองใหญ่
  • สุเหร่า (มาเลย์: Surau) เป็นคำที่ยืมมาจากภาษามลายู แปลว่า “โรงสวด” ราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า “ที่ประชุมทำศาสนกิจของมุสลิม”[3] ในไทยใช้เรียกโรงสวดขนาดย่อมประจำตำบลหรือหมู่บ้าน ชาวบ้านไม่นิยมใช้ทำละหมาดวันศุกร์[4]
  • กะดี[5] หรือ กุฎี[6] บ้างว่ามาจากคำว่า กะดีร์คุม ในภาษาเปอร์เซียและอาหรับ แปลว่า “ตำบลศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างนครมักกะฮ์กับมะดีนะฮ์[6] บ้างว่ามาจากคำว่า กะเต ในภาษามลายูที่ยืมมาจากภาษาเปอร์เซียอีกที แปลว่า “พระแท่นที่ประทับ”[6] ใช้เรียกศาสนสถานของทั้งชีอะฮ์และซุนนีย์ในภาคกลางของไทยและพบเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น เช่น กุฎีใหญ่, กุฎีเจริญพาศน์, กุฎีหลวง และกุฎีขาว[7] เป็นต้น
  • อิหม่ามบารา หรือ อิมามบาระฮ์ มาจากคำว่า อิมาม ในภาษาอาหรับ หมายถึง “ผู้นำทางศาสนา”[6] กับคำว่า บารา ในภาษาอูรดู แปลว่า “บ้าน”[6] รวมกันมีความหมายว่า “เคหาสน์ของอิหม่าม” เป็นศัพท์ทางการใช้เรียกศาสนสถานของชีอะฮ์ในไทย[6] สถานที่ที่เป็นอิหม่ามบารา เช่น กุฎีเจริญพาศน์, กุฎีบน และกุฎีใหญ่เติกกี้[8] เป็นต้น

นอกจากนี้ยังปรากฏในเอกสารและบันทึกโบราณอีกหลายฉบับเรียกศาสนสถานในศาสนาอิสลามไว้หลากหลาย อาทิ เสร่า, บาแล และโรงสวดแขก เป็นต้น[9]

เลี้ยวขวามุ่งแยกอินโดจีนเหมือนเดิม (ทีแรกจะไปสาย 117 ตัดลงพิจิตร แต่เลี้ยวซ้ายรถติดเหลือเกิน ไม่ไปแม่งละ) เห็นป้ายดอยสุเทพ 2 แว่บๆโฉบขึ้นไปหน่อย ซึ่งดอยสุเทพจริงๆหน้าตาเป็นไงอ้วนก็ยังไม่รู้เพราะไม่เคยไป ด้านบนมีพระมหาชัยเจดีย์ศรีสมอแคลง หรือที่คนพื้นที่เรียกว่าเจดีย์ยอดด้วน กะจุดชมวิวที่ไม่น่าชมอะไรเท่าไหร่ เนื่องจากใจกลางเมืองพิดโลกเป็นพื้นราบ

คุณป้าที่เฝ้าตู้น้ำแถวๆนั้นบอกว่า ยังมีถ้ำค้างคาวกะถ้ำพระอยู่ด้านล่าง แต่ไม่ลงไปละ ขี้เกียจ ร่ำลากันก็แว้นต่อมุ่งหน้าเขาค้อแบบที่ไม่รู้ว่าปลายทางจะลงที่ไหน ถึงสามแยกเข้านครไทก็ยังคิดไม่ตกว่าจะไปมอหินขาวหรือเขาพระยาเดินธง คิดมากกกกกจนหมดกะเพราหมูกรอบไปสองจาน เลยตัดสินใจว่าไปเขาพระยาเดินธงดีกว่า เพราะคนรู้จักน้อย เราต้องไปดูด้วยตาของตัวเอง ส่วนมอหินขาวคนไปเยอะละ เอาไว้รอบต่อไป พอตกลงใจได้ก็แว้นแบบเนิบๆเพราะถนนสาย 12 ยาววววววไปจนถึงเพชรบูรณ์ สำหรับรถที่ทำความเร็วมากไม่ได้มันค่อนข้างน่าเบื่อกับทางโค้งไฮสปีดที่แทบไม่ต่างกะทางตรง ขี่ไปหาวไป จอดพักเป็นระยะ แน่นอนว่าข้ามแคมป์สนกับพระธาตุผาซ่อนแก้วไปแบบไม่ใยดี แค่จอดดูจากริมถนนพอละ

ข้ามเมืองเพชรบูรณ์ไปละกันคุณ มันไม่มีอะไรละ นอกจากการแว้นด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้……………….. 90 km/h T_T

ผมใช้ “โสมาภา ป่าสักรีสอร์ต” เป็นจุดเริมต้น ก็แค่สิบกิโลเมตรนิดๆ จุดที่ยากคือ จากจุดกลมๆก่อนถึงปลายทางนั่นล่ะครับ ทั้งกรวด ทั้งร่องน้ำ ใบไม้ใบหญ้า ความลาดชัน นี่มันทางวิบากดีๆนี่เอง ภาษิตจีนกล่าวว่า “รีบร้อนกลับไม่บรรลุถึง” ดังนั้นใจเย็นๆ ค่อยๆขี่ขึ้นไป รถ 4×4 กับมอเตอร์ไซค์เกียร์ธรรมดานี่สบายบรื๊อ…………สายหมอบกับเกียร์อัตโนมัติอ้วนไม่แนะนำ แต่ถ้าจะขึ้นไป ใครจะห้ามคุณได้ จริงมั๊ย? รับผิดชอบตัวเองละกัน พอใกล้ๆถึงวัดก็จะเป็นทางคอนกรีตละ

nantrip_panorama4img_3492

คุ้มอยู่สำหรับการขึ้นมา แต่ถ้าได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นคงประทับใจมากกว่านี้ เสร็จสรรพก็แว้นลงเขา มุ่งหน้าสระบุรี แวะพักในเมืองกับพบปะนิคกี้เพื่อนยาก พาไปนั่งชมบรรยากาศเบาๆที่ คอลมีมะขาม เป็นร้านเปิดใหม่ ทางเข้าหายาก ยอมรับว่าจำไม่ได้ แต่จัดแสงจัดไฟจัดร้านได้น่ารักมากกกกกก รักเลยๆ

จบค่ำคืนแบบกรึ่มๆ


จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 1
goo.gl/QyO8WS
จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 2
goo.gl/2RuIzE
จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 3
goo.gl/3Nlth7
จากป่าไผ่ ไปไกลถึงเมืองน่าน ตอนที่ 5
goo.gl/qHui4i

%d bloggers like this: