ทำใบเลื่อยจิ๊กใช้เอง

วันนี้มาทำใบเลื่อยจิ๊กใช้เองครับ เพราะใบมาตรฐานที่มีขายแถวบ้านมันสั้นซะเหลือเกิน ทำให้การผ่าบ้องไม้ไผ่เป็นไปอย่างยากลำบาก เริ่มจากไปซื้อใบเลื่อยตัดเหล็กมา แล้วเอา ตัวใบมาตรฐานทาบและพันด้วยเทปกาว (เป็นใบชนิด  B-Type หรือแบบเสียบ)

IMG_20160301_091922 (Small)

จัดการตัดด้วย………เอ่อ ผมใช้ใบตัดขนาดเล็กอะ แต่โดยทั่วไป ใช้หินเจียรก็ได้

IMG_20160301_092128 (Small)

ส่วนความยาวที่เหมาะสมวัดจากหัวถึงท้ายจะอยู่ที่ 6″ และตัดแทยงมุมที่ 5.5″ ตัวใบเลื่อยเวลาใช้งานจะไม่สบัดมาก

 

GD110 Road Trip : 1606 Km

ไปขี่รถเล่นมาครับ 14-16 ธันวาคม 2558 ได้ฤกษ์สะดวกว่างเว้นจากการงาน เลยต้องออกไปแว้นเล่นเย็นๆใจกับเขาบ้าง การเตรียมตัวนั้นไม่มากเลย อุปกรณ์ปะยาง สูบลม น้ำเปล่า ข้าวต้มมัด เสื้อผ้าอีกนิดหน่อย โทรศัพท์ ที่ชาร์ท ทุกอย่างยัดลงกล่องท้ายหมดยกเว้นกล้องที่มีกระเป๋าสะพาย กับขาตั้งที่……..ไม่ค่อยได้ใช้

Day  1 : 14/12/2558 at บ้าน

ตื่นราวๆตี 4 อาบน้ำ จิบกาแฟ ร่ำลาท่านแม่ แว้นออกบ้านวอร์มเครื่องเบาๆ ตีห้าถึงตัวจังหวัด จอดเช็ครถแป็บบบบนึง

12391134_718554921609115_1250826587980063161_n

แผนการเดินทางคือ มีสัญญาใจไว้กับเพื่อนที่สระบุรีว่าจะแวะไปหา เพราะไม่ไม่ได้เจอหน้ากันหลายปีแล้วตั้งแต่เรียนจบมา ส่วนที่เหลือสุดแต่จะคิดได้ วันแรกเลือกใช้เส้นทางไปวังน้ำเขียว หมายเลข 304

จากนั้นผมตัดสินใจเลี้ยวซ้ายเข้าแยกเอ่อ………..แยกอะไรวะ จำไม่ได้ มันเป็นเส้นทางสำรองอะไรซักอย่างเนี่ยล่ะ และเป็นปฐมบทของ “คนหลงทาง”

………หลงทาง บางทีมันก็ไม่เสียเวลา มันทำให้ผมได้ไปในที่ๆผมเคยคิดจะไป แต่ไม่เคยไปซักที ตัดเข้าอะไรก็ไม่รู้ผ่านบ้านซับน้อยเหนือ ซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนสมัยมหาลัยอีกคนหนึ่งซึ่งตอนนี้ไม่สามารถติดต่อได้ จนสุดท้ายไปจอดรถงงๆอยู่ที่ลำนารายณ์ ที่ๆผมเคยตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะมานักหนา มาดูความไม่มีอะไรของมัน สุดท้ายผมตัดสินใจควักเงินซื้อแผนที่ครับ 120฿ ก่อนที่จะเตลิดออกไปไกลกว่านี้ แวะพักเที่ยงดูขวดน้ำปลาหน่อยนึง

อิ่มท้องแล้วไปไหน ดูนาฬิกายังเหลือเวลาอีกเยอะ ไปเขื่อนป่าสักละกัน…..เป็นวันที่โคตรร้อน ร้อนจนไม่มีอารมณ์จะทำอะไรนอกจากสั่งเอสเพรสโซร้อนมาจิบเคล้าไอแดดยามบ่ายสอง และกดโทรศัพท์หาเพื่อนบีซึ่งไม่แน่ใจว่ามันทำงานอยู่ไหม ซึ่งปรากฎว่า “มึ้งงงงงงง กูหยุด เนี่ยรีดผ้าอยู่บ้านเนี่ย มาไวๆ” เรียบร้อยครับ มีที่นอนยามบ่ายเพื่อรอเพื่อนนิคมาสบทบอีกคน ส่วนที่พักซุกหัวนอนหาในเมืองสระบุรีนั่นล่ะครับ ขออนุญาตไม่รบกวนเพื่อนฝูง เพราะวันถัดมาทุกคนต้องไปทำงาน สังสรรค์เบาๆ อืมมมมมม แดกหัวกูได้คงแดกไปแล้ว

Day 2 : 15/12/2558 at สระบุรี นมดี กะหรี่ดัง

ตื่นเช้ามาพร้อมกับความสดใสซาบซ่า 05:00 น. อาบน้ำ เก็บของ เช็ครถ ออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าถนนสายโคราช แวะกินลาบอยู่ที่ไหนซักแห่ง ลุงเจ้าของร้านเห็นรถเราแล้วตื่นเต้นมาก อยากได้ซักคัน😛 ผ่านลำตะคอง แวะคารวะน้าชาติ ผู้ใหญ่แว้นในตำนานกับ Rebel 250 คู่ใจ

12373412_718555264942414_3604774127325507399_n

ตามแผนที่วางไว้แบบเบลอๆคือจะไปจังหวัดสุรินทร์ แต่ไปทำไม ไปเพื่ออะไรนั้นยังไม่รู้ ตัดฉากไปเรื่อยๆละกันเพราะถนนสาย 24 น่าเบื่อมาก เป็นเรื่องผิดพลาดลำดับต้นๆในชีวิต

พอไปถึงสุรินทร์ นั่งจิบกาแฟแล้วก็แทะขนมปังเป็นมื้อเที่ยงตอนบ่ายสอง เปิดแผนที่ดู อืม…..โขงเจียมก็ไม่ไกลนี่หว่า ดูในแผนที่ห่างกันไม่ถึงคืบ (โปรดอย่าลอกเลียนแบบ) โทรให้เพื่อนเช็คระยะจาก Google Maps สามร้อยกว่าโลเอง อ้วนก็คิดนะ ระยะทางแค่นี้เอง ไปโขงเจียมได้เห็นแม่น้ำโขงด้วยนะเว้ย บ่นมาทั้งปีแล้วว่าอยากเห็นแม่น้ำโขง อะได้การ แว้นต่อๆ

ภาพตัดมาที่ พระโตโคตะมะ ของวัดป่าหวาย อ.เดชอุดม อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

11224066_718555151609092_141116208286232984_n

จากนั้นอ้วนตัดสินใจตัดเข้าทางนาเยีย…….แน่นอน กูหลงทางอีกแล้ววววววว ไปเรื่อยๆละกัน ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง

มาเจออีกที อีกสามสิบกว่าโลเองนะเว้ยยยยยย โขงเจียมๆๆๆ

12391926_718555184942422_6649415827674444285_n

ไปถึงโขงเจียมเกือบๆ 2 ทุ่ม น้ำมันก็ตกลงไปเยอะ ปรกติเติมทุกร้อยโล นี่ซัดมาร้อยแปดสิบเจ็ด ยังหาปั๊มไม่ได้ วนมันอยู่นั่นล่ะ พบว่าปั๊ม PT โขงเจียมแม่มซุกอยู่หลังเนิน ถ้าขึ้นไม่ถึงยอดเนินจะมองไม่เห็น -_- นอนมันหลังปั๊มละกันที่รุ่งนภารีสอร์ท ติดแม่น้ำโขงพอดี🙂

Day 3 : 16/12/2558 at โขงเจียมและการเดินทางกลับบ้าน

โขงเจียมเป็นอำเภอเล็กๆ ประชากรเบาบาง ชีวิตทำมาหากินอะไรบ้างไปค้นเอาเอง ผมไม่รู้ ผมแค่ผ่านมาเฉยๆ ถ่ายรูปฉับๆ โทรบอกพี่ชาย “กลับวันนี้นะ” แล้วก็แว้นจากมา เข้าเมืองอุบลไปหาก๋วยจั๊บกินลีก่าาาาาา ร้านไหนดีร้านไหนดัง…..ไม่รู้ครับ อยากกินร้านไหนผมก็จอดร้านนั้นอะ อิ่มหนำแล้วก็บ๊ายบายเมืองอุบล แล้วฉันจะคิดถึงเธอ

ขี่ออกมาเรื่อยๆตามทางสายหลัก ผ่านทางไปสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต แน่นอนสายแว้นอย่างผม…….ไม่สนใจโว้ย กูจะกลับบ้านนนนน เมื่อผมป้ายนี้ ผมถึงกับน้ำตาหลั่งรินด้วยความปลาบปลื้มปีติ “ทางกลับบ้าน”

1916903_718555484942392_6927686245179513173_n

แน่นอนช่วงที่ๆอันตรายที่สุดคือช่วงที่เรากลับบ้าน ใจของเราจะล่องลอย(ตามประสาคนรักบ้านอะนะ) ขี่แบบเต่าคลานกระดึ๊บๆผ่านด่านช่องตะโก ที่เคยชันยังไง แม่งก็ยังชันอยู่อย่างนั้น แวะซื้อขนมที่วัฒนานครแล้วก็ตัดเข้าเส้นทางเหมือนจะลัดออกหลังโรงพยาบาลวังน้ำเย็น และถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

อย่าถามว่าใช้งบไปเท่าไหร่ คนอย่างผมปีหนึ่งๆเที่ยวแค่สองสามครั้ง ไปให้มันเต็มที่ อย่ากระมิดกระเมี้ยน ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น หลักการง่ายๆ ดูเงินที่มีแล้วหารสอง พอเดินทางไปแล้วเหลือครึ่งนึงให้กลับบ้าน ฮ่าๆๆๆ

%d bloggers like this: